GISTDA Regional Centre GPS Base Station Research
 


 หน้าหลัก
 ข่าวประชาสัมพันธ์
 ภาพกิจกรรม
 แผนงาน
 ถ่ายทอดเทคโนโลยี
 งานวิจัย
 ศูนย์ภูมิภาค สทอภ.
 GPS Base Station
 ติดต่อเรา
 แผนผังเว็บไซด์
 เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
 บริการข้อมูล
 ThaiSDI


    RESEARCH
 

โครงการการใช้ข้อมูลจากดาวเทียมเรดาร์แซทหลายช่วงเวลา
เพื่อกำหนดขอบเขตพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก



ความสำคัญของปัญหา

1. ความเสียหายที่เกิดจากอุทกภัย

        ในบรรดาภัยธรรมชาติทั้งหมดน้ำท่วมเป็นภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ของประเทศไทยไม่น้อยไปกว่าภัยอื่นๆ ทำให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อมนุษย์ อุทกภัยที่สร้างความเสียหายต่อพื้นที่ส่วนต่างๆ ของประเทศไทย ส่วนใหญ่มีสาเหตุหลักมาจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงบนพื้นที่ส่วนต่างๆ ของประเทศ ประกอบกับความเปลี่ยนแปลงของปัจจัยด้านกายภาพ และสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ทำให้การซึมผ่านของน้ำลงสู่ชั้นใต้ดินลดลง หากมีปริมาณฝนตกที่รุนแรงต่อเนื่องกันในพื้นที่ย่อมทำให้เกิดน้ำท่วมอย่างฉับพลับ (Flash flood)
        จากรายงานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกระทรวงมหาดไทย (2545, 2546) ระบุมูลค่าความเสียหายที่เกิดจากอุทกภัยทั้งประเทศในปี พ.ศ. 2545 คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเท่ากับ 13,385,316,549 บาท ขณะที่ในปี พ.ศ. 2546 มีมูลค่าความเสียหายเท่ากับ 1,678,496,000 บาทบาท แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลต้องสูญเสียงบประมาณในการแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบอยู่เป็นประจำทุกปี แม้รัฐบาลจะพยายามแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นลดลงบ้างก็ตาม แต่เนื่องจากภัยทางธรรมชาติเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถยับยั้งไม่ให้มันเกิดขึ้นได้ ดังนั้นการวางมาตรการป้องกันเพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งในระยะสั้นและยาวจึงจัดว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด
        ลักษณะของประจำที่เกิดขึ้นหลังจากน้ำท่วม คือการเปลี่ยนแปลงของสภาพสิ่งปกคลุมพื้นที่จนบางครั้งเกิดเป็นวิกฤตทางสิ่งแวดล้อมขึ้นในระดับกว้าง ด้วยเหตุผลนี้เองการใช้ข้อมูลที่มาจากการรับรู้ระยะไกล โดยเฉพาะจากภายถ่ายดาวเทียม (Spaceborne satellite) จึงให้ข้อมูลพื้นที่น้ำท่วมได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการศึกษาเริ่มแรกจะมีมูลค่าสูง แต่ว่าจากข้อได้เปรียบของการบันทึกภาพซ้ำได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็วเพื่องานระดับพื้นที่กว้าง (Region scale) ก็ถือว่าให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า และรวดเร็วมากกว่าการดำเนินการด้วยวิธีอื่นๆ
        ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมที่เป็นที่ยอมรับและนิยมใช้เพื่อศึกษาพื้นที่น้ำท่วมอย่างแพร่หลายคือ ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมเรดาร์แซท ซึ่งมีระบบบันทึกภาพในช่วงคลื่นไมโครเวฟที่มีความทะลุทะลวงสู่ชั้นบรรยากาศที่มีสภาพปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกหนา ทำให้สามารถบันทึกภาพขอบเขตพื้นที่น้ำท่วมได้แม้ในช่วงหน้าฝน ดังนั้นการศึกษานี้จึงเลือกใช้ข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมเรดาร์แซท (Radarsat satellite) 4 ปี มาวิเคราะห์พื้นที่น้ำท่วมร่วมกับข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยา อุทกวิทยา ข้อมูลภูมิสัณฐาน และอื่นๆ โดยอาศัยการประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการจัดการเพื่อใช้วางแผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัยต่อไป

2. การจัดการสารสนเทศอุทกภัยไม่เป็นระบบ

        สถานการณ์อุทกภัยในประเทศไทย มีการจัดเก็บข้อมูลในรูปเอกสารเป็นรายปี หรือภาพถ่ายจากดาวเทียมที่ใช้กันกับปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเกิดอุทกภัย การคาดคะเนหรือคาดการณ์ล่วงหน้ากระทำได้ยาก ระบบฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ที่ดำเนินการส่วนใหญ่จัดทำขึ้นเพื่อหาแนวทาง หรือมองภาพการแก้ไขปัญหาเมื่อเผชิญหน้ากับเหตุการณ์เท่านั้น หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ไม่มีการติดตาม เพื่อแก้ปัญหาหรือการติดตามมักจะอาศัยจากการสอบถามในระดับพื้นที่ ดังนั้นในการที่จะลดผลกระทบอย่างจริงจังโดยทั่วไปแม้ว่าอุทกภัยที่เกิดขึ้นจะยากต่อการป้องกัน แต่ผลกระทบสามารถลดลงได้ถ้าหากมีระบบข้อมูลที่จะวางแผนยุทธศาสตร์ล่วงหน้า ยุทธศาสตร์ทั้งหลายต้องการขอบเขตและความรุนแรงของพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย หรือพื้นที่อุทกภัยซ้ำซาก แม้กระนั้นก็ตามยังไม่มีการเตรียมการล่วงหน้าแต่อย่างไร หรือแม้ว่ามีสารสนเทศน้ำท่วมซ้ำซากแต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานในพื้นที่ หน่วยงานปฎิบัติการคิดจะใช้ประโยชน์ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องสร้างสารสนเทศเชิงพื้นที่ที่มีความน่าเชื่อถือ และผลักดันให้หน่วยงานในพื้นที่นำไปใช้ประโยชน์

3. การประเมินอุทกภัยด้วยวิธีทางอุทกศาสตร์

        การประเมินอุทกภัยด้วยวิธีทางอุทกศาสตร์ เป็นวิธีที่นิยมใช้กันมาก และได้ผล การทำนายอุทกภัยต้องใช้แบบจำลองอุทกศาสตร์ที่มีข้อมูลย้อนหลังและปัจจุบันจำนวนมากเป็นข้อมูลนำเข้าแบบจำลอง จึงยังเป็นปัญหามากในการหาข้อมูล จัดเก็บข้อมูล และการวิเคราะห์ ข้อมูลหลายอย่างต้องจัดเก็บตลอดปี หรือมีการเตรียมการเป็นเวลานาน ตลอดจนวางแผนสถานีที่ตั้ง ติดตามสถานการณ์น้ำอยู่ตลอดเวลา นับว่าเป็นแผนงานหนึ่งที่ได้ผลและใช้ทรัพยากรมาก เช่น การใช้ระบบโปรแกรม MIKE 11 เป็นต้น

4. การประเมินอุทกภัยด้วยข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมระบบ SAR

        จากความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีการรับรู้จากระยะไกลใช้ช่วงมากกว่าทศวรรษที่ผ่านมา การใช้ประโยชน์ภาพ SAR ได้รับการพัฒนาตั้งแต่การส่งดาวเทียม ERS1 ในปี ค.ศ. 1991 ข้อดีของภาพ SAR ก็คือมีความสามารถทะลุทะลวงเมฆ ถ่ายได้ทั้งกลางวันและกลางคืน (Brow, RJ. et al., 1996) นอกจากนี้การประมาณขอบเขตพื้นที่น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลกได้ใช้กันอย่างกว้างขวาง มีผลเป็นที่ยอมรับ (Chen, P. et al, 1999, Mongkolsawat, C. et al., 1996) ดังนั้นจากข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมเรดาร์แซท ที่มีเหตุการณ์น้ำท่วมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในปี พ.ศ. 2544 2545 และ 2546 จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่จะนำมาวิเคราะห์โดยใช้ข้อมูลภาพถ่ายหลายช่วงเวลา (Multi-temporal images) เหล่านี้ร่วมกับดัชนีน้ำฝนและข้อมูลทางด้านอุทกวิทยาที่มีอยู่ น่าจะเป็นแนวทางทำนายพื้นที่เสี่ยง หรือพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากได้วิธีหนึ่งที่มีแนวโน้มทำได้อย่างรวดเร็ว จากสมมติฐานดังกล่าวการวิเคราะห์พื้นที่น่าจะเป็นแนวทางที่ดี โดยใช้ลุ่มน้ำขนาดย่อยเป็นตัวตั้งเพื่อมองในภาพลุ่มน้ำ



 
   
 
NEGISTDA Home Contact us Sitemap Links Khon Kaen University NEGISTDA Home GISTDA